ภิรัชบุรีกรุ๊ป ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงคุณภาพ จัดงานเสวนา
“Beyond the Space: The WELL-Being Era” ณ โถง IVORY SHADOW ชั้น 45 อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของการพัฒนาอาคารสำนักงานที่ก้าวข้ามจาก “พื้นที่ทำงาน” สู่ “พื้นที่ใช้ชีวิต” ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาวะของผู้ใช้งานในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และศักยภาพในการทำงานระยะยาว
งานนี้จัดขึ้นโดยกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ภิรัชออฟฟิศ (BOFFICE) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเฉลิมฉลองความสำเร็จที่อาคารภิรัชทาวเวอร์ฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก WELL Certified Core Gold สะท้อนถึงการยกระดับอาคารสู่มาตรฐานสากลที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ 4 ภาคส่วน ได้แก่ ผู้พัฒนาอาคาร ผู้ใช้งานจริง นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาองค์กร มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ ภายใต้แนวคิดสำคัญที่ว่า “เมื่ออาคารสำนักงานไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่คือที่ที่เราใช้ชีวิต”
วิสัยทัศน์และมาตรฐาน: จากสถาปัตยกรรมสู่คุณภาพชีวิต
คุณปิติภัทร บุรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภิรัชบุรีกรุ๊ป กล่าวว่า การยกระดับสู่มาตรฐาน WELL ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร จากการเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ “ผู้พัฒนาคุณภาพชีวิต” ที่มุ่งสร้างคุณค่าผ่านการออกแบบโดยยึดมนุษย์และผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric)
“หลังสถานการณ์โควิด-19 พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เราจึงต้องมองลึกถึงประสบการณ์ตั้งแต่การเดินทางจนถึงการใช้ชีวิตในอาคาร องค์ประกอบอย่างแสงธรรมชาติ อากาศ และอุณหภูมิ ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งมาตรฐาน WELL ได้เข้ามาเป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยยกระดับเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม การปรับเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้มีชีวิต ต้องอาศัยการปรับปรุงตั้งแต่ระบบวิศวกรรมอาคารหลังบ้าน การจัดวางมุมมองสายตา พื้นที่สีเขียว โถงต้อนรับ ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างครบวงจร”
คุณปิติภัทร กล่าว
ศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม Green Building และประธานสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เสริมในแง่มุมด้านความยั่งยืน (ESG) ว่า “มาตรฐาน WELL ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่คือมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ครอบคลุมถึงอากาศ น้ำ แสง อาหาร ไปจนถึงองค์ประกอบทางศิลปะและความรู้สึกของผู้ใช้งาน โดยงานวิจัยพบว่าผู้ที่ทำงานในอาคารที่ได้มาตรฐานนี้มีแนวโน้มเจ็บป่วยน้อยลง สุขภาพจิตและกายดีขึ้นอย่างชัดเจน”
พื้นที่ภายใน: ปลดล็อกศักยภาพ ลดภาวะหมดไฟด้วยสภาพแวดล้อม
คุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว ผู้ก่อตั้ง Empathy Sauce และ SOULSMITH และผู้เชี่ยวชาญด้าน Empathetic Communication ระบุว่า สภาพแวดล้อมมีผลโดยตรงต่อความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแสง เสียง หรือแม้แต่ เนื้อสัมผัสของพื้นที่ ล้วนส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ โดยแสงธรรมชาติสามารถลดความเครียดได้ถึง 15–20% และช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ถึง 10-25% ขณะที่สภาพแวดล้อมที่ไม่มีแม้กระทั่งหน้าต่างหรือการมองเห็นภายนอก อาจะเพิ่มระดับความเครียดได้ถึง 20-30% นอกจากนี้ คุณภาพอากาศและระดับเสียงยังมีผลต่อสมาธิของมนุษย์ที่อาศัยในบริเวณนั้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ไม่ได้เกิดจากปริมาณงานที่หนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุมาจาก ปัจจัยกระตุ้นความเครียด (Stress Elements) ซึ่งเป็นแวดล้อมที่มักถูกมองข้าม เช่น ความอึดอัดของพื้นที่ หรือขาดความเป็นส่วนตัว พื้นที่ทำงานที่ดีจึงต้องสร้างความรู้สึกปลอดภัย เอื้อต่อการผ่อนคลาย และสนับสนุนการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสบการณ์จริง: ผลลัพธ์และมาตรฐานธุรกิจระดับโลก
คุณธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง Executive Officer Vice Senior General Manager บริษัท ยูเอซีเจ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะตัวแทนผู้เช่า อาคาร ภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ กว่า 10 ปี เล่าถึงประสบการณ์ว่า แม้ทำเลใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่องค์กรยุคใหม่ต่างให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่กัน บรรยากาศของอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ช่วยดึงดูดให้พนักงานอยากเข้ามาที่สำนักงานมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าไม่ได้มาเพื่อทำงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ของทั้งพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
ศ.ดร.อรรจน์ กล่าวเสริมว่า “การลงทุนในสุขภาวะที่ดีของพนักงาน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนด้านสุขภาพ สวัสดิการประกันภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งในระยะยาวสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาเป็นผลตอบแทนและมูลค่าทางธุรกิจอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเทรนด์มาตรฐานที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก”
มุมมองสู่อนาคต: ทิศทางของพื้นที่สำนักงานยุคใหม่
ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 4 ท่าน เห็นตรงกันว่า ในยุคที่การทำงานจากที่ใดก็ได้ (Work From Anywhere) กลายเป็นเรื่องปกติ สำนักงานต้องปรับบทบาทเป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่ดึงดูดใจผู้คน โดยมีทิศทางดังนี้:
- ความยืดหยุ่นสูงสุด (Flexible Workspace): พื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย รองรับรูปแบบการทำงานที่แตกต่าง รวมถึงมีพื้นที่พบปะสังสรรค์ และเชื่อมโยงบริการที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าการเดินทางมาสำนักงาน “มีคุณค่า” มากกว่าการทำงานที่บ้าน
- ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและ ESG: อาคารต้องมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะในระยะยาว มาตรฐานอย่าง WELL จะไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานขององค์กรระดับสากล
- สร้างวัฒนธรรมทางอารมณ์ (Emotional Culture): อนาคตของสำนักงานไม่ได้อยู่ที่กายภาพ แต่อยู่ที่ “กรอบความคิดของผู้นำ” ในการใช้พื้นที่เพื่อสื่อสารคุณค่า สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) และมอบความปลอดภัยทางใจ พื้นที่ที่ดีต้องทำให้คนรู้สึก “อยากอยู่” และ “เป็นตัวเองได้”
- บ้านหลังที่สอง (Home Away from Home): แนวคิดการผสานฟังก์ชันการทำงานและคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จะเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบสำนักงานยุคใหม่ที่ยั่งยืน
อีกทั้ง ภายในงานยังได้รับเกียรติจากคุณ
Jack Noonan รองประธานอาวุโส และหัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แห่งสถาบัน International WELL Building Institute ร่วมกล่าวแสดงความยินดี และเป็นผู้แทนมอบใบรับรอง WELL Certified CORE GOLD อย่างเป็นทางการให้แก่
คุณปิติภัทร บุรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภิรัชบุรีกรุ๊ป เพื่อยืนยันความสำเร็จในการยกระดับอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ สู่มาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะในระดับสากล ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
งานเสวนา
“Beyond the Space: The WELL-Being Era” ครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ที่ก้าวข้ามจากการมุ่งเน้นสร้างเพียง “พื้นที่” ไปสู่การส่งมอบ “คุณภาพชีวิต” ที่ยั่งยืนสำหรับผู้คนในทุกมิติอย่างแท้จริง
ผู้สนใจเช่าพื้นที่อาคาร หรือชมสถานที่ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02 261 0261 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์
www.bhirajburi.co.th